วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Georges Prosper Remi 


             จอร์จ พรอสเพอร์ เรมี หรือที่รู้จักในนามปากกา แอร์เช เป็นนักวาดการ์ตูนชาวเบลเยียม มีผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ แตงแตง 
             นามปากกา แอร์เช มีที่มาจากชื่อย่อ Georges Remi คือ G.R. เมื่อเรียงกลับหลังเป็น R.G. เสียงอ่านในภาษาฝรั่งเศสจะอ่านว่า "Hergé"ศิลปินชาวเบลเยียมผู้เกิดในกรุงบรัสเซลส์ในคศ. 1907
ก้าว แรกของอาชีพนักวาดการ์ตูนเริ่มขึ้นระหว่างวันคืนน่าเบื่อภายในโรงเรียน จนเขาได้ร่วมกิจกรรมลูกเสือ และมีโอกาสสร้างผลงานครั้งแรกลงจุลสารของโรงเรียน หลังจบการศึกษา เขาสมัครเข้าทำงานวาดภาพประกอบในสำนักพิมพ์ ซึ่งตีพิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันเพื่อเผยแพร่ศาสนาคาธอลิคในเบลเยี่ยม ก่อนหน้านี้มีแต่คนวิจารณ์ว่ารูปวาดของเขาเหมือนผลงานของเด็กเล็กๆ แต่บรรณาธิการมองเห็นความแปลกใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ จึงให้โอกาสเขียนการ์ตูนหลายตอนจบ
            คศ. 1926 เขาวาดตัวการ์ตูนเป็นเด็กลูกเสือชื่อ Totor ซึ่งดัดแปลงจากประสบการณ์สมัยเรียนสามปีให้หลังตัวการ์ตูนนั้นถูกพัฒนาใหม่ “แตงแตงกับสโนวี่”(อ่านแบบภาษาฝรั่งเศส) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยลงประเดิมตอนแรกในวันที่ 10 มกราคม ค.ศ.1929
           คศ. 1930 แตงแตงรวมเล่มฉบับแรกวางแผงในตอน “Tintin , reporter, in the land of Soviets” นับจากนั้นเขาก็สร้างผลงานออกมาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์รวมถึงอะนิเมชั่น
ปัจจุบันแตงแตงไม่เพียงถูกยกย่องเป็นการ์ตูนอ่านสนุก แต่ยังถูกจัดชั้นเป็นผลงานทางศิลปะและประวัติศาสตร์อีกด้วย ! ไม่นับต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรกที่กลายเป็นของมีค่าราคาสูง แตงแตงและผองเพื่อนยังถูกดัดแปลงเป็นสินค้าสารพัด ไม่ว่าเป็นของตกแต่ง ของเล่น เครื่องเขียน ฯลฯ ซึ่งคงทำรายได้ให้กับเบลเยียมไปอีกยาวนาน นอกจากนี้ตินตินกำลังจะกลายเป็นภาพยนตร์โดยฝีมือสตีเว่น สปีลเบิร์กอีกด้วย

The Adventures of Tintin 


การผจญภัยของตินติน หรือ ตินตินผจญภัย (ฝรั่งเศสLes Aventures de Tintin;อังกฤษThe Adventures of Tintin) เป็นหนังสือการ์ตูนแต่งโดยนักวาดการ์ตูนชาวเบลเยียม ชื่อ จอร์จ เรมี ในปี ค.ศ. 1926 โดยใช้นามปากกาว่า แอร์เช่ หนังสือการ์ตูนชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้รับการแปลมากกว่า 80 ภาษา และยอดจำหน่ายกว่า 350 ล้านเล่มทั่วโลก
เรื่องราวของตินตินได้รับการถ่ายทอดไว้ในหนังสือจำนวน 24 เล่ม นอกจากนี้ สตีเฟน สปีลเบิร์ก และปีเตอร์ แจ็กสันกำลังสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันไตรภาค

ตัวละครหลัก

1.แตงแตง (Tintin) 

เป็นนักข่าวหนุ่มที่กระหายความเที่ยงตรงและความถูกต้อง จนบางครั้งทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกว่าน่าจะเป็นนักสืบมากกว่า และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาต้องผจญไปกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เสี่ยงต่อชีวิต แต่ด้วยความสามารถที่เขามีและโชคที่เข้าข้างเขา ทำให้สามารถรอดชีวิตได้มาอย่างหวุดหวิด
2.สโนวี่ หรือ มีลู (Snowy)

เป็นสุนัขเพศผู้ สีขาวล้วน มีนิสัยซื่อสัตย์ กล้าหาญ รักตินตินเป็นที่สุด ตะกละและขี้เมาเพราะสถานการณ์พาไป ไม่ว่าตินตินจะไปที่ไหนมันจะขอตามไปด้วยไม่ให้ห่าง ยกเว้นตอนเมาและเมื่อตินตินหายไปก็จะตามหาอย่างไม่ท้อถอย
3. กัปตัน อาร์ชิบอลด์ แฮดด็อก (Captain Haddock)

ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน ก้ามปูทอง (THE CRAB WITH THE GOLDEN CLAWS) เป็นกัปตันเรือที่มีความตั้งใจที่จะเลิกเหล้าแต่ก็เลิกไม่ได้สักที (ภายหลังเลิกได้เพราะยาของศาสตราจารย์แคลคูลัสในตอน ตินตินกับกบฏปีกาโร) สูบไปป์ มีนิสัยขี้หงุดหงิดและปากจัดจนบางครั้งเกือบทำให้สถานการณ์แย่ไปเลย แต่ด้วยนิสัยที่รักเพื่อนต่อให้บุกน้ำลุยไฟที่ไหนถึงจะหวั่นๆ แต่ไม่เคยถอยสักครั้ง
4.ศาสตราจารย์ คัตเบิร์ต แคลคูลัส หรือ ทรีฟง ตูเนอซอล (Cuthbert Calculus)

เป็นศาสตราจารย์ช่างประดิษฐ์คิดค้น ปรากฏตัวครั้งแรกตอน ความลับของเรือยูนิคอร์น (THE SECRET OF THE UNICORN) มักจะชอบคิดประดิษฐ์สิ่งของแปลก ๆ ให้ตินตินใช้ เช่น เรือดำน้ำรูปปลาฉลาม (ในตอนความลับของเรือยูนิคอร์น) แม้บางที เขาอาจจะมีความคิดเพี้ยน เพ้อฝันหรือเกินความเป็นจริงไปบ้าง แต่เขาก็รักตินตินและกัปตันแฮ็ดด็อกอยู่เสมอ ชอบถือลูกตุ้มเดินไปมาและหูตึงเป็นเหตุให้กัปตันแฮดด็อกต้องหงุดหงิดอยู่เสมอ เป็นผู้ใช้เงินจากสิทธิบัตรเรือดำน้ำรูปปลาฉลามซื้อคฤหาสน์มูแลงซาร์ตใช้กัปตันแฮ็ดด็อก คำพูดติดปากคือ "ต้องไปทางตะวันตกอีกนิด"
5. สารวัตรทอมสันและทอมป์สัน (Thompson and Thomson)

เป็นตำรวจจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรม ถือว่าเป็นตัวตลกในการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะความสามารถของฝาแฝดทั้งสองมีไม่ถึงครึ่งของตินตินเลย แต่บางครั้งเขาทั้งสองก็สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตินตินได้ ถึงแม้ว่าตินตินจะเป็นฝ่ายช่วยพวกเขาเสียมากกว่า พวกเขาเป็นฝาแฝดที่ไม่ยอมรับในความเหมือนกันในหลายๆ อย่าง ถึงอย่างไรก็ตามเขาทั้งสองก็ชอบเถียงกันเองในเรื่องการพูดว่าใครพูดเลียนแบบใครกันแน่ เวลาไปไหนทั้งคู่ก็จะเดินไปด้วยกันและจะใส่หมวกตลอดเวลา
6.แนสตอร์ (Nestor)

ปรากฏตัวครั้งแรกตอน ความลับของเรือยูนิคอร์น (THE SECRET OF THE UNICORN) เดิมเขาเป็นพ่อบ้านให้กับพี่น้องตระกูลลัวโซ(ในตอนความลับของเรือยูนิคอร์น)แต่เขาไม่รู้ว่าครอบครัวที่เขารับใช้นั้นเป็นอาชญากรด้วยเหตุนี้แนสเตอร์จึงไม่มีความผิดในการสมรู้ร่วมคิด ดังนั้นเมื่อกัปตันแฮดด็อก กลับจากการงมสมบัติใต้ทะเลของโจรสลัดแร็กแคม เลอรูจ ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14(ในตอน ขุมทรัพย์โจรสลัด) เขาก็เลยจ้างแนสตอร์เป็นพ่อบ้านต่อไป
7.เบียงก้า กาสตาฟิโอเร (Bianca Castafiore)

นักร้องโอเปร่าผู้มีชื่อเสียงที่กัปตันแฮดด็อกชื่นชอบ มีเสียงร้องอันทรงพลัง มีผลงานเพลงที่มีชื่อเสียงคือ "โอ้ฉันยิ้ม เมื่อมองตัวเองในกระจกเงา"
8. ราสตาโปปูลอส (Roberto Rastapopoulos)

ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน "ซิการ์ของฟาโรห์" โดยเดิมทีนั้นเป็นเศรษฐีในวงการภาพยนตร์ แต่เบื้องหลังมีธุรกิจผิดกฎหมาย นอกจากนี้เขายังเป็นวายร้ายที่ปรากฏตัวในตินตินอีกหลายตอน
รายชื่อหนังสือ
รายชื่อหนังสือการผจญภัยของตินตินตามผลงานที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ของแอร์เช่ทั้งหมด 24 เล่ม เนื้อหาในที่นี้จะใช้ชื่อ "ตินติน" ตามสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็กมอนท์

  1. ผจญภัยในโซเวียต (Tintin in the Land of the Soviets)
  2. ตินตินตะลุยคองโก (Tintin in the Congo)
  3. ตินตินบุกอเมริกา (Tintin in America)
  4. ซิการ์ของฟาโรห์ (Cigars of the Pharaoh)
  5. บัวสีน้ำเงิน (The Blue Lotus)
  6. แกะรอยเทวรูปอารุมบายา (The Broken Ear)
  7. มหันตภัยเกาะดำ (The Black Island)
  8. คฑาคู่บัลลังก์ (King Ottokar's Sceptre)
  9. ก้ามปูทอง (The Crab with the Golden Claws)
  10. ตามล่าอุกกาบาต (The Shooting Star)
  11. ความลับของเรือยูนิคอร์น (The Secret of the Unicorn)
  12. ขุมทรัพย์โจรสลัด (Red Rackham's Treasure)
  1. ปริศนาเจ็ดลูกแก้ว (The Seven Crystal Balls)
  2. นักโทษแห่งวิหารสุริยเทพ (Prisoners of the Sun)
  3. ขุมทรัพย์ทองคำสีดำ (Land of Black Gold)
  4. มุ่งสู่ดวงจันทร์ (Destination Moon)
  5. พิชิตดวงจันทร์ (Explorers on the Moon)
  6. ศึกชิงศาสตราจารย์สติเฟื่อง (The Calculus Affair)
  7. ฉลามทะเลแดง (The Red Sea Sharks)
  8. ตินตินย่ำทิเบต (Tintin in Tibet)
  9. อัญมณีที่หายไป (The Castafiore Emerald)
  10. 714 เที่ยวบินมหาภัยสู่ซิดนีย์ (Flight 714)
  11. ตินตินกับกบฏปีกาโร (Tintin and the Picaros)
  12. ตินตินกับปริศนาโลกศิลปะ (Tintin and Alph-Art) แต่งไม่เสร็จเพราะผู้แต่งเสียชีวิตก่อน


วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

The Beatles


เดอะบีทเทิลส์ (อังกฤษThe Beatles) หรือวงสี่เต่าทอง เป็นวงร็อกแอนด์โรลจากเมืองลิเวอร์พูลในยุค 1960 เป็นหนึ่งในกลุ่มนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและมีบทบาทอันโดดเด่นอย่างมากในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป สมาชิกของวงนับจากปี ค.ศ. 1962 ประกอบด้วย แม้ในตอนเริ่มต้นแนวดนตรีจะเป็นแบบสกิฟเฟิ่ลและร็อกแอนด์โรล แต่ในเวลาต่อมาแนวเพลงก็หลากหลาย นับแต่ไปจนถึงไซเคเดลิค บางครั้งก็ผสมแนวดนตรีคลาสสิกหรือเครื่องดนตรีแบบอื่นๆ
เดอะบีเทิลส์ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่วงปี 1963-1969 เป็นวงที่ถือสถิติเพลงอันดับ 1 มากที่สุดทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา (ในอังกฤษ 17 ซิงเกิล ในอเมริกา 20 ซิงเกิล) ส่วนอัลบั้ม วงเดอะบีเทิลส์ ถือเป็นวงดนตรีที่ขายดีที่สุดในโลก คือขายไปมากกว่า 48 ล้านก๊อบปี้ แล้ว ราว 177 เป็นยอดขายเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา
ในยุคต้นของพวกเขา มีเพลงดังอย่าง She Loves You, Twist And Shout, I Want To Hold Your Hand, Please Please Me ในยุคที่ 2 ในชุด Help, Rubber Soul หรือ Revolver และผลงานอยู่ในช่วงพีคสุดอย่าง Sgt.Pepper Lonely Heart Club Band, Magical Mystery Tour และ White Album ก่อนที่จะจบลงด้วย 2 อัลบั้มสุดท้ายอย่าง Let It Be และ Abbey Road
บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายหรือสารเคมีที่ทำให้ผลงานอันยอดเยี่ยมที่กล่าวมานี้สมบูรณ์แบบเป็นอมตะ ต้องยกให้กับโปรดิวเซอร์ของวงอย่าง จอร์จ มาร์ติน ผู้ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสี่เต่าทองตั้งแต่เริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนเพลงและการทำงานให้ห้องบันทึกเสียง จนสมาชิกในวงกลายเป็นนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกันหมด ในยุคต้นของพวกเขา มีเพลงดังอย่าง She Loves You, Twist And Shout, I Want To Hold Your Hand, Please Please Me ในยุคที่ 2 ในชุด Help, Rubber Soul หรือ Revolver และผลงานอยู่ในช่วงพีคสุดอย่าง Sgt.Pepper Lonely Heart Club Band, Magical Mystery Tour และ White Album ก่อนที่จะจบลงด้วย 2 อัลบั้มสุดท้ายอย่าง Let It Be และ Abbey Road
บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายหรือสารเคมีที่ทำให้ผลงานอันยอดเยี่ยมที่กล่าวมานี้สมบูรณ์แบบเป็นอมตะ ต้องยกให้กับโปรดิวเซอร์ของวงอย่าง จอร์จ มาร์ติน ผู้ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสี่เต่าทองตั้งแต่เริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนเพลงและการทำงานให้ห้องบันทึกเสียง จนสมาชิกในวงกลายเป็นนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกันหมด

อัลบั้มที่จำหน่ายในอังกฤษ

  • Please Please Me - วันวางจำหน่าย: 1963-03-22
  • With the Beatles - วันวางจำหน่าย: 1963-11-22
  • A Hard Day's Night - วันวางจำหน่าย: 1964-07-10
  • Beatles for Sale - วันวางจำหน่าย: 1964-12-04
  • Help! - วันวางจำหน่าย: 1965-08-06
  • Rubber Soul - วันวางจำหน่าย: 1965-12-03
  • Revolver - วันวางจำหน่าย: 1966-08-05
  • Sgt. Pepper's Lonely Hearts Club Band - วันวางจำหน่าย: 1967-06-01
  • The Beatles (หรือ "The White Album") - วันวางจำหน่าย: 1968-11-22
  • Yellow Submarine - วันวางจำหน่าย: 1969-01-17
  • Abbey Road - วันวางจำหน่าย: 1969-09-26
  • Let It Be - วันวางจำหน่าย: 1970-05-08 (Box Set) 1970-11-06 (Regular LP)


วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557


กาแฟ (Coffee)


             กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จากต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า เมล็ดกาแฟ คั่ว มีการปลูกต้นกาแฟในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว) เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมีส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มันมีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบัน กาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

             เชื่อกันว่าสรรพคุณชูกำลังจากเมล็ดของต้นกาแฟนั้นถูกพบเป็นครั้งแรกในเยเมน แถบอาระเบีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือของเอธิโอเปีย และการปลูกต้นกาแฟในสมัยแรกได้แพร่ขยายในโลกอาหรับ หลักฐานบันทึกว่าการดื่มกาแฟได้ปรากฏขึ้นราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 อันเป็นหลักฐานซึ่งเชื่อถือได้และเก่าแก่ที่สุด ถูกพบในวิหารซูฟี ในเยเมน แถบอาระเบีย จากโลกมุสลิม กาแฟได้แพร่ขยายไปยังทวีปยุโรป อินโดนีเซีย และทวีปอเมริกา ในระหว่างที่กาแฟเริ่มเดินทางจากทวีปอเมริกาเหนือและตะวันออกกลางสู่ทวีปยุโรป กาแฟได้ถูกส่งผ่านไปยังซิซิลีและอิตาลีในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 จากนั้นผ่านตุรกีไปยังกรีซ ฮังการี และออสเตรียในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 จากอิตาลีและออสเตรีย กาแฟได้แพร่ขยายไปยังส่วนที่เหลือของทวีปยุโรป กาแฟได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในสังคมหลายแห่งตลอดประวัติศาสตร์ ในแอฟริกาและเยเมน มันถูกใช้ร่วมกับพิธีกรรมทางศาสนา ผลที่ตามมาคือ ศาสนจักรเอธิโอเปีย ได้สั่งห้ามการบริโภคกาแฟตลอดกาล จนกระทั่งถึงรัชสมัยของจักรพรรดิเมเนลิกที่ 2 มันยังได้ถูกห้ามในจักรวรรดิออตโตมันระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 เนื่องจากสาเหตุทางการเมือง และมีส่วนเกี่ยวพันกับกิจกรรมทางการเมืองหัวรุนแรงในทวีปยุโรป
          ผลกาแฟ ซึ่งบรรจุเมล็ดกาแฟ เป็นผลผลิตจากไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดเล็กในจีนัส Coffea หลายสปีชีส์ โดยสายพันธุ์ที่มีการปลูกโดยทั่วไปมากที่สุด ได้แก่Coffea arabica และกาแฟ "โรบัสต้า" ที่ได้จากชนิด Coffea canephora ซึ่งมีรสเข้มกว่า สายพันธุ์ดังกล่าวมีความทนทานต่อราสนิมใบกาแฟ (Hemileia vastatrix) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง สายพันธุ์กาแฟทั้งคู่มีการปลูกในละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปแอฟริกา เมื่อสุกแล้ว ผลดังกล่าวจะถูกเก็บรวบรวม นำไปผ่านกรรมวิธีและทำให้แห้ง หลังจากนั้น เมล็ดจะถูกคั่วในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรสชาติที่ต้องการ และจะถูกบดและบ่มเพื่อผลิตกาแฟ กาแฟสามารถตระเตรียมและนำเสนอได้ในหลายวิธี
        กาแฟเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของโลก โดยในปี ค.ศ. 2004 กาแฟเป็นสินค้าการเกษตรส่งออกที่ทำรายได้เป็นอันดับหนึ่งในจำนวน 12 ประเทศ และเป็นพืชที่มีการส่งออกอย่างถูกต้องตามกฎหมายซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 7 ของโลก ในปี ค.ศ. 2005 กาแฟได้รับการโต้เถียงบางส่วนในด้านการเพาะปลูกต้นกาแฟและผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และมีการศึกษาจำนวนมากที่ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกาแฟกับข้อจำกัดทางยาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ากาแฟให้คุณหรือให้โทษกันแน่

เกี่ยวกับชื่่อของกาแฟ


        การอ้างอิงคำว่าcoffee ในภาษาอังกฤษ อยู่ในรูปของ chaoua ซึ่งสามารถสืบย้อนไปได้ถึง ค.ศ. 1598 ในภาษาอังกฤษและในภาษายุโรปอื่น ๆ coffee ได้ถูกดัดแปลงมาจากภาษาตุรกีออตโตมัน kahve ผ่านทางภาษาอิตาลี caffè ในขณะเดียวกัน คำดังกล่าวในภาษาตุรกีออตโตมันถูกยืมมาจาก เกาะหฺวะหฺ ในภาษาอาหรับ (อาหรับقهوة‎; qahwah) ผู้เขียนพจนานุกรมชาวอาหรับ ยืนยันว่า เดิม เกาะหฺวะหฺ ไปคำที่หมายถึงไวน์ประเภทหนึ่ง และได้ให้นิรุกติศาสตร์กับคำกริยา qahiya ในความหมายว่า "ไม่มีความอยากอาหาร" เนื่องจากเครื่องดื่มดังกล่าวถูกใช้เพื่อดับความหิวของผู้ที่ดื่มเข้าไป นิรุกติศาสตร์ทางอื่นอีกเป็นจำนวนมากกล่าวว่า คำดังกล่าวในภาษาอาหรับอาจเป็นการบิดเบือนคำยืมมาจากหลักฐานเอธิโอเปียหรือแอฟริกัน โดยเสนอว่าคำดังกล่าวมาจาก คัฟฟา ที่ราบสูงทางตะวันออกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย เนื่องจากต้นกาแฟเป็นพืชท้องถิ่นในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คำว่า qahwah ไม่ได้ถูกใช้กับเบอร์รี่หรือพืชซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นในบริเวณดังกล่าว ซึ่งจะถูกเรียกว่า bunn หรือมีชื่อพื้นเมืองในชีวา ว่า būn

ปริมาณการผลิต

ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ 10 อันดับของโลก - 11 มิถุนายน 2008
ประเทศปริมาณการผลิต (เมตริกตัน)[29]ปริมาณการผลิต (ถุง)[30]หมายเหตุ
ธงของประเทศบราซิล บราซิล17,000,00036,070
ธงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เวียดนาม15,580,00018,000*
ธงของประเทศโคลอมเบีย โคลอมเบีย9,400,00012,400F
ธงของประเทศอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย2,770,5546,446*
ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย เอธิโอเปีย1,705,4465,733*
ธงของประเทศเม็กซิโก เม็กซิโก962,0004,500F
ธงของสาธารณรัฐอินเดีย อินเดีย954,0004,367F
ธงของประเทศเปรู เปรู677,0004,250ประมาณการ ปี 2008
ธงของประเทศกัวเตมาลา กัวเตมาลา568,0004,000F
ธงของประเทศฮอนดูรัส ฮอนดูรัส370,0003,833F
ธงชาติของโลก โลก7,742,675118,920A
ไม่มีสัญลักษณ์ = ตัวเลขอย่างเป็นทางการ, F = ประมาณการขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ, * = ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ กึ่งทางการ, A = สถิติรวม




















กาแฟกับสังคม
กาแฟนั้นแต่เดิมใช้เพื่อเหตุผลทางด้านจิตวิญญาณ เมื่อ 1,000 ปีที่ผ่านมา พ่อค้าได้นำกาแฟข้ามทะเลแดงมายังดินแดนอาระเบีย (ปัจจุบัน คือ ประเทศเยเมน) ที่ซึ่งนักบวชชาวมุสลิมได้ปลูกไม้พุ่มในสวนของตน ในตอนแรก ชาวอาหรับได้ผลิตไวน์จากเนื้อของเมล็ดกาแฟหมัก เครื่องดื่มดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันว่า qishr (ปัจจุบัน คือkisher) และเป็นส่วนประกอบของพิธีการทางศาสนาอีกด้วย
หลังจากนั้น กาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ทำหน้าที่แทนไวน์ในพิธีกรรมทางศาสนา หลังจากที่ได้มีการห้ามดื่มไวน์  การดื่มกาแฟถูกห้ามโดยชาวมุสลิมตามฮะรอม ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 แต่ว่าข้อห้ามดังกล่าวได้ถูกล้มล้างในเวลาไม่นาน การนำไปใช้ในพิธีกรรมทางศานาทำให้กาแฟถูกส่งไปยังนครเมกกะ กาแฟถูกกล่าวว่าเป็นต้นเหตุของการประพฤติตนนอกคอก การผลิตและการบริโภคกาแฟถูกปราบปราม ต่อมา กาแฟถูกห้ามอย่างเด็ดขาดในจักรวรรดิออตโตมาน[68] กาแฟซึ่งเป็นเครื่องดื่มของชาวมุสลิม ถูกห้ามในหมู่ชาวเอธิโอเปียซึ่งนับถือคริสต์ศาสนานิกายออร์โธดอกซ์ จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1889 ซึ่งได้เป็นเครื่องดื่มประจำชาติของเอธิโอเปีย ที่ไม่ว่าคนที่นับถือความเชื่อใดก็สามารถดื่มได้ทั้งสิ้น การใช้กาแฟในกิจกรรมก่อการกบฏทางการเมืองทำให้กาแฟถูกห้ามในสหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ
ในยุคเดียวกับที่มีการห้ามดื่มกาแฟในจักรวรรดิออตโตมานนั้น การห้ามกาแฟยังสามารถพบเห็นได้ในวิหารคริสต์ศาสนานิกายมอมะนิสม์แห่งพระเยซูคริสต์เจ้า ซึ่งได้กล่าวอ้างว่าการดื่มกาแฟจะส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตวิญญาณ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวมาจากทฤษฎีทางด้านสุขภาพของชาวคริสต์นิกายมอมะนิสม์ในปี ค.ศ. 1833โดยผู้ก่อตั้งนิกาย โจเซฟ สมิธ ในพระวจนะที่เรียกว่า ถ้อยคำแห่งปัญญา แต่ถ้อยคำแห่งปัญญานี้ไม่ได้หมายความตามชื่อ แต่ยังรวมไปถึงข้อกำหนดที่ว่า "เครื่องดื่มร้อนไม่ใช่ของสำหรับดื่ม" จึงมีการตีความว่า ห้ามการดื่มกาแฟและชาด้วย
นอกจากนี้ สมาชิกของคริสต์ศาสนาแอดเวนทิสต์วันที่เจ็ดยังได้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน เนื่องจากคริสตจักรได้สอนให้พวกเขาละเว้นจากการดื่มชาและกาแฟ รวมไปถึงเครื่องดื่มบำรุงกำลังอื่น ๆ การศึกษาวิจัยของนิกายแอดเวนทิสต์ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เล็กแต่ว่าส่งผลอย่างมากในทางสถิติระหว่างการดื่มกาแฟกับอัตราการตายจากการเป็นโรคหัวใจ และอีกหลายสาเหตุของการเสียชีวิต
สรรพคุณของเมล็ดกาแฟ และ ประโยชน์ของเมล็ดกาแฟ

  • ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น สิ่งที่ต้องทำเมื่อคุณไม่มีลูกอมดับกลิ่นปาก ก็คือเอาเมล็ดกาแฟมาอมเอาไว้ชั่วครู่ ลมหายใจคุณจะมีกลิ่นสะอาดและสดชื่นอีกครั้ง
  • กำจัดกลิ่นอาหาร ถ้ามือของคุณมีกลิ่นกระเทียม ปลาหรือกลิ่นอาหารแรงๆ เมล็ดกาแฟเล็กน้อยสามารถช่วย คุณกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ โดยเทเมล็ดกาแฟลงบนมือและถูมือเข้าด้วยกันสักครู่ น้ำมันจากเมล็ดกาแฟจะดูดซับ กลิ่นเหม็นๆ ออกไป จากนั้นก็ล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่ให้สะอาด
  • ยัดไส้เก้าอี้ เก้าอี้แบบที่เรียกว่าบีนแบ็ก หรือเก้าอี้ทรงถุงกลมๆ ที่มักยัดไส้ด้วยเม็ดถั่ว ที่จริงแล้วเมล็ดกาแฟก็สามารถ เอามาใช้ทดแทนกันได้เช่นกัน ลองหาเมล็ดกาแฟคั่วชนิดราคาถูกที่สุดเอามาใช้ ข้อดีอีกอย่างก็คือมันจะช่วยดูดซับ กลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ให้ห้องได้ด้วย

รวมรูปภาพกาแฟ